[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
ค้นหา   
เมนูหลัก
ฝ่ายบริหารวิทยาลัยฯ
แบบฟอร์มนักเรียน
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
Logbook-teacher

คลิกดาวน์โหลด Logbook-teacher

กรอกข้อมูล R-idplan

[คลิกกรอกข้อมูล R-idplan]

สถิติผู้เยี่ยมชม

 เริ่มนับ 28/ม.ค./2560
ผู้ใช้งานขณะนี้ 10 IP
ขณะนี้
10 คน
สถิติวันนี้
473 คน
สถิติเมื่อวานนี้ี้
994 คน
สถิติเดือนนี้
20091 คน
สถิติปีนี้
334574 คน
สถิติทั้งหมด
1266506 คน
IP ของท่านคือ 3.214.224.207
(Show/hide IP)

  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
หุ่นกระบอกไทย  VIEW : 81    
โดย นินิว

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 12
ตอบแล้ว : 1
เพศ :
ระดับ : 2
Exp : 100%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 209.97.175.xxx

 
เมื่อ : จันทร์ ที่ 27 เดือน กันยายน พ.ศ.2564 เวลา 09:21:37   

หุ่น คืออะไร ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 อธิบายว่า “หุ่น น. รูป, รูปแบบ, รูปตุ๊กตา, รูปแบบที่จำลองจากของจริงต่าง ๆ ; รูปปั้นหรือแกะสลักที่ทำโกลนไว้เพื่อเป็นแบบชั่วคราว ; ชื่อการเล่นมหรสพที่ใช้รูปหุ่นแสดงเป็นเรื่องราว

หากจะท้าวความถึงประวัติความเป็นมาของหุ่นกระบอกและการแสดงหุ่นกระบอกของไทย น้ำดอกไม้ (2544: 58-62) ได้กล่าว่า การแสดงหุ่นกระบอกสามารถย้อนเวลาได้ถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น หุ่นกระบอกสมัยแรกเป็นหุ่นที่นายเหน่ง ช่างชาวสุโขทัย ทำขึ้นเลียนแบบหุ่นจีนไหหลำ ลักษณะจึงคล้ายหุ่นจีนมากกว่า กระทั่งหม่อมราชวงศ์กระต่าย อมาตยกุล (คุณเถาะ) ทำหุ่นเลียนแบบขึ้นแสดงในกรุงเทพมหานคร เรียกันว่า หุ่นคุณเถาะ และเปลี่ยนเป็นเรียกหุ่นกระบอกในภายหลัง เนื่องจากการใช้กระบอกเล็ก ๆ เป็นแกนของลำตัวหุ่น ศีรษะหุ่นเป็นแบบหัวโขนละคร ลำตัวใช้ถุงคลุม แขนและขาจึงไม่มี

หุ่นกระบอกมีโรงเหมือนอย่างโรงโขนหน้าจอ คือมีผ้าขาวเชิดอยู่หลังจอ มีแผงหน้ากั้นสูง มิให้คนดูมองเห็นหลังโรง การประดับลวดลายของเวทีและตัวโรงทำเป็นลายอย่างจีนเพื่อแสดงให้เห็นว่ามาจากหุ่นจีน เพลงหลักที่ใช้ดำเนินเรื่องผสมผสานกับเสียงซออู้ คือเพลงสังขาราหรือเพลงหุ่นกระบอก

การแสดงของหุ่นกระบอกคือการแสดงอย่างละคร มักนำวรรณคดีเรื่องเอกของไทยมาเล่น เช่นเรื่องพระอภัยมณี เรื่องรามเกียรติ์ และเรื่องสังข์ทอง เป็นต้น หุ่นกระบอกยกเลิกการแสดงไปในสมัยปฏิวัติวัฒนธรรมที่มีรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ปกครอง เพราะมีพระราชบัญญัติกำหนดวัฒนธรรมทางศิลปกรรมเกี่ยวกับนาฏศิลป์ และห้ามการแสดงที่มีรากเหง้ามาจากต่างชาติ หุ่นกระบอกจึงต้องยุติการแสดงในปี พ.ศ. 2485 และแทบไม่ได้ฟื้นคืน กระทั่งเริ่มมีการฟื้นฟูหุ่นกระบอกขึ้นอีกครั้ง โดยนายเปียก ประเสริฐกุลและบุตรสาว คือนางชื้น ประเสริฐกุล หุ่นกระบอกกับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งอย่างแท้จริงเมื่อปี พ.ศ. 2518 อาจารย์จักพันธุ์ โปษยกฤต นายช่างเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ได้สร้างหุ่นของตนเองขึ้นอย่างวิจิตร เพื่อแสดงเรื่องพระอภัยมณี ตอนหนีนางผีเสื้อสมุทร ด้วยความงดงามยิ่งของหุ่นจักรพันธุ์ ผนวกกับฉากและการแสดงที่ประณีตกว่าหุ่นกระบอกดั้งเดิม ทำให้คนทั่งไปหันมาสนใจมรดกทางวัฒนธรรมของชาติประเภทนี้อีกครั้ง และเป็นการเปิดโอกาสให้คณะหุ่นกระบอกของคนรุ่นใหม่ เช่นคระหุ่นครูไก่ (สุรัตน์ จงดา) ที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2540 และได้ศึกษาการเชิดหุ่นกระบอกากครูบุญรอด ประกอบนิล และอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงอย่างน่าชื่นชมในด้านฝีมือเชิดชักเชิงช่าง และกลวิธีในการแสดงประกอบกับการบรรเลงปี่พาทย์ ที่ครบกระบวนตามอ่างการแสดงมหรสพไทย เซียนสเต็ปล้มโต๊ะ

หุ่นกระบอกของไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ศักดา ปั้นเหน่งเพชร (2522: 264-265) กะารละเล่นเครื่องแสดงหุ่นกระบอกเป็นที่รวมแห่งวัฒนธรรมหลายสาขา แต่ละสาขาก็มีความสำคัญในฐานะเป็นเครื่องบ่งชี้อารยธรรมทั้งสิ้น บรรพบุรุษของชาวไทยได้พยายามคิดดัดแปลงวิธีสร้างและวิธีการเล่นมหรสพชนิดนี้ให้เหมาะสมกับสภาพของสังคมและความนิยมของชนในชาติ ความสามารถเชิงการคิดสร้างสรรค์เช่นนี้ แสดงให้เห็นคุณภาพและระดับความเป็นอยู่อันสูงด้วยวัฒนธรรมของบรรพบุรุษไทย ชาติต่าง ๆ ซึ่งเจริญรุ่งเรืองด้วยวัฒนธรรมย่อมมีการละเล่นและการแสดงมหรสพประจำชาติ ซึ่งรวมทั้งการแสดงหุ่นด้วย การละเล่นชนิดนี้จึงมีส่วนช่วยให้เกิดความวิจักษ์และให้เห็นถึงความเจริญด้วยวัฒนธรรมของชาวไทยที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอารยธรรมประเทศใด ๆ ในโลก อนึ่งการประดิษฐ์คิดค้นให้เกิดมีการละเล่นชนิดนี้ขึ้นได้ต้องใช้กำลังสมอง กำลังกายและกำลังใจ ตลอดจนเวลาเป็นอันมาก มรดกทางวัฒนธรรมการเล่นหุ่นกระบอกของไทยจึงนับได้ว่าเป็นมรดกที่มีคุณค่าอย่างยิ่งสิ่งหนึ่ง ฉะนั้นจึงมีการจรรโลงอนุรักษ์กาละเล่นมหรสพชนิดนี้ไว้ในฐานะที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติสืบไป